Search
ไฟฟ้าโรงงาน

ลดค่า “ไฟฟ้าโรงงาน” ด้วย Solar Rooftop และระบบจัดการพลังงาน คุ้มค่าจริงหรือ?

ในยุคที่ต้นทุนการผลิตแข่งขันกันสูงขึ้นทุกวัน บิลค่าไฟรายเดือนกลายเป็นรายจ่ายก้อนโตที่บีบรัดกำไรของธุรกิจ การปรับปรุงระบบ “ไฟฟ้าโรงงาน” ให้ทำงานร่วมกับพลังงานสะอาดอย่าง Solar Rooftop (โซลาร์รูฟท็อป) จึงไม่ใช่แค่เทรนด์รักษ์โลกอีกต่อไป แต่เป็น “ทางรอด” ทางธุรกิจ

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า การนำโซลาร์เซลล์มาเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าในโรงงานนั้นคุ้มค่าจริงไหม และมีข้อควรระวังทางวิศวกรรมอะไรบ้างที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน

ทำไม Solar Rooftop ถึงกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ “ไฟฟ้าโรงงาน”?

พฤติกรรมการใช้ไฟของโรงงานส่วนใหญ่มักจะสอดคล้องกับการผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์อย่างลงตัว ซึ่งให้ข้อได้เปรียบดังนี้:

  1. ลดค่าไฟช่วง On-Peak (เวลาที่ค่าไฟแพงที่สุด): โรงงานส่วนใหญ่เดินเครื่องจักรหนักในช่วงเวลากลางวัน (09.00 – 22.00 น.) ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดผลิตไฟฟ้าได้สูงสุดพอดี การดึงไฟจากหลังคามาใช้ จึงช่วยหั่นค่าไฟในช่วงที่เรทราคาแพงที่สุดออกไปได้โดยตรง
  2. ไม่ต้องลงทุนแบตเตอรี่ (Grid-Tied System): ระบบ ไฟฟ้าโรงงาน สามารถใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ร่วมกับไฟจากการไฟฟ้าฯ ได้เลยแบบเรียลไทม์ (On-Grid) แดดออกก็ใช้ไฟโซลาร์ แดดหุบก็ดึงไฟหลวงมาเสริม ทำให้ประหยัดงบก้อนใหญ่เรื่องแบตเตอรี่ไปได้
  3. สิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI): ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้โรงงานที่ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน สามารถนำงบลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ ทำให้ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) สั้นลงเหลือเพียง 3-5 ปีเท่านั้น

ข้อควรระวัง! เมื่อต้องเชื่อมระบบโซลาร์เข้ากับ “ตู้ MDB โรงงาน”

แม้ข้อดีจะเยอะ แต่การนำแหล่งจ่ายไฟแหล่งที่สองมาต่อเข้ากับระบบ ไฟฟ้าโรงงาน เดิม ไม่ใช่เรื่องของการจับสายไฟมาชนกันเฉยๆ แต่ต้องอาศัยวิศวกรไฟฟ้าคำนวณปัจจัยเหล่านี้:

1. ปัญหาคุณภาพไฟฟ้า (Power Quality & Harmonics)

อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ของระบบโซลาร์เซลล์ อาจสร้างสัญญาณรบกวนหรือ “ฮาร์มอนิก” เข้าไปในระบบไฟหลัก หากโรงงานของคุณมีเครื่องจักรที่เปราะบาง เช่น หุ่นยนต์ CNC หรือบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ อาจทำให้เครื่องจักรทำงานผิดพลาดได้ การแก้ปัญหาคือต้องติดตั้ง Active Harmonic Filter ร่วมด้วย

2. การซิงโครไนซ์ไฟ (Synchronization)

แรงดันไฟฟ้าและคลื่นความถี่ (Frequency) จากโซลาร์เซลล์ ต้องปรับจูนให้ตรงกับไฟของการไฟฟ้าฯ แบบเป๊ะๆ ก่อนจะสับเบรกเกอร์เชื่อมเข้าตู้ MDB หากทำระบบนี้ไม่ดี อาจทำให้เบรกเกอร์เมนของโรงงานทริป (Trip) และไฟดับทั้งโรงงานได้

3. ป้องกันไฟย้อน (Zero Export)

ในกรณีที่โรงงานหยุดผลิต (เช่น วันอาทิตย์) แต่แดดยังแรง ไฟฟ้าจากหลังคาอาจล้นและไหลย้อนกลับไปยังสายส่งของการไฟฟ้าฯ ซึ่งผิดกฎและมีโทษปรับ ระบบ ไฟฟ้าโรงงาน จึงต้องมีการติดตั้งชุดกันไฟย้อน (Zero Export Controller) เพื่อลดกำลังการผลิตของอินเวอร์เตอร์ลงอัตโนมัติ

3 สเต็ป เริ่มต้นประหยัดไฟโรงงานแบบยั่งยืน

หากคุณสนใจจะอัปเกรดระบบ แนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อไม่ให้งบบานปลาย:

  • Step 1: ทำ Energy Audit จ้างวิศวกรมาติดเครื่องวัด (Power Logger) ที่ตู้ไฟก่อน เพื่อดูพฤติกรรมการใช้ไฟจริง (Load Profile) ว่าช่วงกลางวันใช้ไฟกี่กิโลวัตต์
  • Step 2: ออกแบบให้พอดี (Right-Sizing) อย่าติดโซลาร์เซลล์เต็มพื้นที่หลังคาเพียงเพราะมีที่ว่าง แต่ให้ติดเท่าที่ Load กลางวันดึงไปใช้หมด เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
  • Step 3: ตรวจสอบโครงสร้างหลังคา ให้วิศวกรโยธาประเมินว่าหลังคาโรงงานรับน้ำหนักแผงและโครงสร้างไหวหรือไม่ หากไม่ไหวต้องเสริมโครงสร้างก่อน

สรุป

การผสานระบบ ไฟฟ้าโรงงาน เข้ากับเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าและเห็นผลลัพธ์เป็นตัวเลขในบิลค่าไฟอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญของความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การเลือกแผงราคาถูก แต่อยู่ที่ “ความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผสานระบบไฟฟ้า” ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเสถียรและปลอดภัยที่สุด

Share the Post:

Related Posts

Thai-inter Electric industries
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.