Search
ไฟฟ้าโรงงาน

คู่มือรับมือเหตุฉุกเฉิน “ไฟฟ้าโรงงาน”: ไฟดับ ไฟดูด ไฟไหม้ ต้องทำอย่างไร?

แม้ว่าระบบ “ไฟฟ้าโรงงาน” ของคุณจะได้รับการออกแบบมาอย่างดีและมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ แต่อุบัติเหตุและเหตุสุดวิสัยก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติ ความผิดพลาดของมนุษย์ หรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพเฉียบพลัน

เมื่อเกิดวิกฤต ทุกวินาทีมีค่า “ความตื่นตระหนก” คือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง บทความนี้จะสรุปแนวทางการรับมือกับ 3 เหตุฉุกเฉินทางไฟฟ้าที่พบบ่อยที่สุดในโรงงาน เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้เป็นแผนความปลอดภัย (Safety Plan) ประจำสถานประกอบการ

1. เหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ (Electrical Fire)

นี่คือสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด เพราะตู้ MDB หรือสายไฟในโรงงานมีพลังงานมหาศาล หากเกิดการอาร์ค (Arc Flash) จะเกิดความร้อนสูงจนหลอมละลายโลหะและลุกลามเป็นไฟไหม้ได้ทันที

วิธีรับมือ:

  • ห้ามใช้น้ำเด็ดขาด: สิ่งแรกที่ต้องจำฝังใจคือ ห้ามใช้น้ำหรือถังดับเพลิงชนิดน้ำฉีดใส่เพลิงที่เกิดจากไฟฟ้าเด็ดขาด เพราะน้ำเป็นตัวนำไฟฟ้า จะทำให้ไฟดูดผู้ฉีดได้
  • ตัดแหล่งจ่ายไฟ: รีบสับเมนเบรกเกอร์ (Main Breaker) หรือกดปุ่ม Emergency Stop ที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อตัดกระแสไฟออกจากระบบทันที
  • ใช้ถังดับเพลิงให้ถูกประเภท: ใช้ถังดับเพลิงชนิด คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือ น้ำยาเหลวระเหย (Clean Agent) ซึ่งไม่มีคราบสกปรกตกค้างและไม่ทำลายแผงวงจร หรือใช้ชนิด ผงเคมีแห้ง (Dry Chemical – ถังสีแดง) ฉีดพ่นที่ฐานของเปลวไฟ
  • อพยพและแจ้งเหตุ: หากควบคุมเพลิงไม่ได้ภายใน 1-2 นาที ให้กดสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) อพยพพนักงานตามแผน และโทรเรียกสถานีดับเพลิงทันที

2. เหตุการณ์พนักงานถูกไฟฟ้าดูด (Electric Shock)

อุบัติเหตุไฟดูดในโรงงานมักเกิดจากการสัมผัสโครงเครื่องจักรที่มีไฟรั่ว หรือการปฏิบัติงานโดยไม่ตัดไฟ (ไม่ทำ LOTO)

วิธีรับมือ:

  • ห้ามสัมผัสตัวผู้บาดเจ็บด้วยมือเปล่า: อย่าพยายามดึงตัวผู้บาดเจ็บออกมาด้วยมือเปล่าเด็ดขาด เพราะกระแสไฟจะไหลเข้าสู่ตัวคุณด้วย
  • ตัดกระแสไฟทันที: รีบปิดสวิตช์ หรือปลดเบรกเกอร์ที่จ่ายไฟมายังจุดนั้น
  • แยกผู้บาดเจ็บออกจากแหล่งไฟ: หากตัดไฟไม่ได้ ให้ใช้วัสดุที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เช่น ไม้แห้งสนิท ท่อพีวีซี หรือสวมถุงมือยางกันไฟฟ้า เขี่ยสายไฟออกหรือผลักตัวผู้บาดเจ็บให้หลุดจากกระแสไฟ
  • ปฐมพยาบาล (CPR): ตรวจสอบการหายใจและชีพจร หากผู้บาดเจ็บหมดสติและหยุดหายใจ ให้เริ่มทำ CPR ทันที และรีบโทรสายด่วน 1669

3. เหตุการณ์ไฟดับฉุกเฉิน (Blackout / Power Outage)

ไฟดับอาจดูไม่อันตรายเท่าไฟไหม้ แต่สำหรับระบบ ไฟฟ้าโรงงาน การที่ไฟดับกระทันหันอาจทำให้เครื่องจักรที่กำลังทำงานอยู่เสียหาย สินค้าในไลน์ผลิตพัง หรือระบบระบายอากาศขัดข้องจนเกิดก๊าซพิษสะสม

วิธีรับมือ:

  • ระบบไฟสำรอง (UPS & Generator): ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบ UPS จ่ายไฟเลี้ยงระบบคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์เรียบร้อย และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) สตาร์ทติดและเริ่มจ่ายไฟเข้าสู่ระบบฉุกเฉิน (Emergency Load) เช่น ไฟแสงสว่างทางออก และระบบดับเพลิง
  • ปิดสวิตช์เครื่องจักร (Safe Shutdown): ให้พนักงานรีบสับเบรกเกอร์ของเครื่องจักรลงทั้งหมด เพื่อป้องกันปัญหา ไฟกระชาก (Power Surge) เมื่อการไฟฟ้าฯ จ่ายกระแสไฟกลับเข้ามา ซึ่งอาจทำให้บอร์ดควบคุมเครื่องจักรพังเสียหายได้
  • ตรวจสอบก่อนเดินเครื่องใหม่: เมื่อไฟมาปกติแล้ว อย่าเพิ่งสับเบรกเกอร์เปิดเครื่องจักรพร้อมกันทั้งหมด ให้ค่อยๆ จ่ายไฟทีละโซน (Step Load) เพื่อไม่ให้เกิดกระแสกระชากจนเมนเบรกเกอร์ทริปอีกรอบ

อุปกรณ์เซฟตี้พื้นฐานที่ “ตู้ไฟฟ้าโรงงาน” ทุกที่ต้องมี

เพื่อความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน บริเวณหน้าตู้เมนไฟฟ้า (MDB) ควรมีอุปกรณ์เหล่านี้เตรียมไว้เสมอ:

  1. แผ่นยางฉนวนกันไฟฟ้า (Rubber Mat): ปูไว้หน้าตู้เพื่อป้องกันไฟดูดช่างขณะยืนปฏิบัติงาน
  2. ถุงมือกันไฟฟ้าแรงสูงและแว่นตานิรภัย: สำหรับสวมใส่ก่อนสับเบรกเกอร์
  3. ถังดับเพลิง CO2: ติดตั้งไว้ในระยะที่หยิบจับได้ง่าย
  4. ป้ายรายชื่อและเบอร์โทรฉุกเฉิน: เบอร์โทรการไฟฟ้าฯ, ช่างไฟประจำโรงงาน, และหน่วยกู้ภัย
  5. Single Line Diagram (แผนภาพวงจรไฟฟ้า): ติดไว้หน้าตู้เพื่อให้ทีมกู้ภัยหรือช่างรู้ว่าเบรกเกอร์ตัวไหนคุมพื้นที่ใด

สรุป

ไม่มีใครอยากให้เหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น แต่การเตรียมความพร้อมคือหน้าที่ของสถานประกอบการทุกแห่ง การจัดทำแผนรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับระบบ ไฟฟ้าโรงงาน และการจัดอบรมซ้อมแผน (Emergency Drill) ให้กับพนักงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่เพียงแต่ช่วยลดความสูญเสียทางทรัพย์สิน แต่ยังเป็นการปกป้องชีวิตของทุกคนในองค์กรให้ปลอดภัยที่สุด

Share the Post:

Related Posts

Thai-inter Electric industries
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.