ในระบบ “ไฟฟ้าโรงงาน” กระแสไฟที่ไหลเวียนนั้นมีปริมาณมหาศาลและทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกสายไฟและท่อร้อยสายไฟจึงไม่ใช่แค่การเดินไปซื้อที่ร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป แต่ต้องอิงตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) อย่างเคร่งครัด
หากเลือกใช้สายไฟผิดประเภท ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด หรือมีสารเคมีในโรงงาน ฉนวนอาจละลายและนำไปสู่โศกนาฏกรรมไฟไหม้ได้ บทความนี้จะสรุปประเภทสายไฟและท่อร้อยสายที่นิยมใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้คุณนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
4 ประเภทสายไฟที่นิยมใช้ในระบบ “ไฟฟ้าโรงงาน”
สายไฟในโรงงานถูกออกแบบมาให้มีฉนวนที่หนาและทนทานกว่าสายไฟบ้าน โดยแบ่งตามลักษณะการนำไปใช้งานดังนี้:
1. สาย CV (XLPE) – พระเอกของสายเมนโรงงาน
สาย CV เป็นสายไฟที่หุ้มด้วยฉนวน XLPE (Cross-linked Polyethylene) ทำให้ทนความร้อนได้สูงถึง 90°C (ขณะที่สายทั่วไปทนได้ 70°C)
- จุดเด่น: รับแรงดันไฟฟ้าได้สูงมาก นิยมใช้เป็น “สายเมนประธาน” ที่เดินจากหม้อแปลงเข้ามายังตู้ MDB
- การติดตั้ง: สามารถร้อยท่อฝังดิน เดินลอยบน Cable Tray หรือฝังดินโดยตรงได้
2. สาย NYY – สายไฟจอมอึด ทนความชื้น
สาย NYY เป็นสายทองแดงหุ้มฉนวน PVC 2 ชั้น ทนความร้อนได้ 70°C มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง
- จุดเด่น: ทนความชื้นได้ดีเยี่ยม
- การติดตั้ง: นิยมใช้เดินสายไฟภายนอกอาคาร ฝังดินโดยตรง หรือร้อยท่อฝังดินเพื่อจ่ายไฟให้ระบบไฟถนน หรือเครื่องจักรที่อยู่ภายนอกอาคาร
3. สาย THW – สายไฟมาตรฐานสำหรับเดินในท่อ
สายทองแดงแกนเดี่ยว หุ้มฉนวน PVC ชั้นเดียว ทนความร้อน 70°C
- จุดเด่น: นำกระแสได้ดี เดินสายได้ง่าย
- การติดตั้ง: ต้องเดินร้อยท่อ (Conduit) หรือเดินในราง Wireway เสมอ ห้ามนำไปฝังดินหรือเดินลอยในอากาศโดยไม่มีท่อหุ้มเด็ดขาด นิยมใช้เดินวงจรย่อยภายในอาคารโรงงาน
4. สาย VCT – สายทองแดงฝอย สำหรับเครื่องจักรเคลื่อนที่
เป็นสายไฟที่มีแกนทองแดงฝอยเส้นเล็กๆ รวมกัน ทำให้สายมีความอ่อนตัวสูง โค้งงอได้ดี
- จุดเด่น: ยืดหยุ่น ทนต่อการสั่นสะเทือน
- การติดตั้ง: เหมาะสำหรับต่อเข้ากับเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน มอเตอร์ รอก เครน หรืออุปกรณ์ที่ต้องมีการเคลื่อนที่ไปมา
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้สาย VAF (สายแบนสีขาวที่ตีกิ๊บติดผนังบ้าน) ในระบบ ไฟฟ้าโรงงาน เด็ดขาด เนื่องจากฉนวนบาง ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม และผิดมาตรฐานการติดตั้ง
อุปกรณ์เดินสายไฟ (Conduits & Wireways) ในโรงงาน
เมื่อมีสายไฟแล้ว การปกป้องสายไฟจากหนูแทะ ฝุ่นเคมี และการกระแทกก็สำคัญไม่แพ้กัน อุปกรณ์เดินสายที่ได้มาตรฐานมีดังนี้:
1. ท่อเหล็กร้อยสายไฟ (Steel Conduits)
- EMT (ท่อบาง): ใช้เดินลอยภายในอาคารทั่วไปที่ไม่มีการกระแทก
- IMC (ท่อหนาปานกลาง): มีการต๊าปเกลียว แข็งแรงขึ้น นิยมใช้ในพื้นที่ผลิตที่มีโอกาสถูกกระแทก
- RSC (ท่อหนาพิเศษ): หนาที่สุด ทนทานสูงสุด ใช้สำหรับพื้นที่อันตราย พื้นที่ที่มีสารเคมีระเหย หรือติดตั้งภายนอกอาคาร
2. รางเดินสายไฟ (Cable Trays)
ในโรงงานที่มีสายไฟจำนวนมาก การร้อยท่ออาจไม่สะดวก จึงนิยมใช้รางเดินสายไฟแทน:
- Wireway (รางทึบ): เป็นรางเหล็กมีฝาปิด เหมาะสำหรับสาย THW หรือสายควบคุม (Control Cable)
- Cable Tray (รางระบายอากาศ): มีช่องระบายอากาศด้านล่าง ช่วยลดความร้อนของสายไฟ นิยมใช้กับสายเมนหรือสาย CV
- Cable Ladder (รางแบบบันได): แข็งแรงที่สุด ระบายความร้อนได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับสายเมนขนาดใหญ่ที่เดินขึ้นแนวตั้ง (Riser)
สีของสายไฟตามมาตรฐานใหม่ (สำคัญมาก)
การซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าโรงงาน ช่างจะต้องดูสีของสายไฟเป็นหลักเพื่อป้องกันการต่อผิดเฟส ซึ่งประเทศไทยได้อัปเดตมาตรฐานสีสายไฟใหม่ (ระบบ 3 เฟส 380V) ดังนี้:
- เฟส 1 (L1): สีน้ำตาล
- เฟส 2 (L2): สีดำ
- เฟส 3 (L3): สีเทา
- สายนิวทรัล (N): สีฟ้า
- สายดิน (GND): สีเขียว หรือ สีเขียวแถบเหลือง
สรุป
การเลือกวัสดุอุปกรณ์สำหรับระบบ ไฟฟ้าโรงงาน ไม่ใช่จุดที่ควรประหยัดต้นทุนด้วยการลดสเปก เพราะสายไฟ 1 เส้นอาจหมายถึงความปลอดภัยของทั้งโรงงาน การเลือกใช้สายไฟให้ถูกประเภท และร้อยท่ออย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐานวิศวกรรม จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

