Search
ไฟฟ้าโรงงาน

กฎหมาย “ไฟฟ้าโรงงาน” อัปเดตล่าสุด: ตรวจสอบประจำปีคืออะไร? ต้องทำเมื่อไหร่? ไม่ทำมีโทษหรือไม่?

รู้หรือไม่? สาเหตุอันดับ 1 ของเพลิงไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรมมาจาก “ไฟฟ้าลัดวงจร” กฎหมายไทยจึงให้ความสำคัญกับระบบ “ไฟฟ้าโรงงาน” อย่างมาก โดยกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยเป็นประจำทุกปี

บทความนี้จะสรุปข้อกฎหมายที่ควรรู้แบบเข้าใจง่าย สำหรับเจ้าของโรงงานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) เพื่อให้คุณปฏิบัติได้ถูกต้องและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าปรับหรือการถูกสั่งหยุดกิจการ

ทำไมกฎหมายต้องบังคับให้ตรวจไฟฟ้าโรงงาน?

ตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 (และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้อง) กำหนดให้สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเป็นประจำอย่างน้อย “ปีละ 1 ครั้ง”

เป้าหมายหลักคือ:

  1. ป้องกันอัคคีภัย: ตรวจหาจุดร้อน (Hotspot) ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
  2. ป้องกันไฟดูด: ตรวจสอบระบบสายดินและอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว เพื่อชีวิตพนักงาน
  3. ความต่อเนื่องของธุรกิจ: ลดโอกาสที่เครื่องจักรจะหยุดทำงานฉุกเฉิน (Unplanned Downtime)

การตรวจสอบไฟฟ้าประจำปี ต้องตรวจอะไรบ้าง?

การตรวจรับรองความปลอดภัยระบบ ไฟฟ้าโรงงาน ไม่ใช่แค่การเดินดูด้วยตาเปล่า แต่ต้องใช้เครื่องมือทางวิศวกรรม โดยวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กว.) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อหลักดังนี้:

1. ตรวจสอบทางกายภาพ (Visual Inspection)

วิศวกรจะเดินสำรวจสภาพทั่วไปของอุปกรณ์

  • สภาพสายไฟ มีรอยหนูแทะ หรือฉนวนแตกหรือไม่?
  • ตู้ MDB และตู้ย่อย มีฝุ่นเกาะหนา หรือมีสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออกหรือไม่?
  • การเข้าหัวสาย (Termination) แน่นหนาดีไหม?

2. การตรวจวัดด้วยเครื่องมือ (Testing & Measurement)

  • Thermo Scan (สแกนความร้อน): ใช้กล้องอินฟราเรดส่องหาจุดที่มีความร้อนสะสมผิดปกติในตู้ไฟ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดไฟไหม้
  • Insulation Test (วัดค่าความเป็นฉนวน): ตรวจสอบว่าฉนวนของสายไฟยังกันไฟได้ดีอยู่หรือไม่
  • Ground Resistance Test (วัดค่าความต้านทานดิน): สำคัญมาก! ต้องตรวจสอบว่าระบบสายดินมีค่าความต้านทานไม่เกินมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าหากไฟรั่ว ไฟจะลงดินได้จริง ไม่ดูดคน
  • RCD Test (ทดสอบเครื่องตัดไฟรั่ว): สำหรับจุดเสี่ยง เช่น ตู้น้ำดื่ม หรือปลั๊กไฟ

เอกสารสำคัญที่ต้องได้รับ: ใบรับรองความปลอดภัย (คป.1 หรือ แบบรับรองตามกฎหมาย)

เมื่อวิศวกรตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ (Report) พร้อมรูปภาพประกอบ และออกเอกสารรับรองที่เรียกว่า “เอกสารรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า” (ซึ่งมักเรียกกันติดปากว่าใบรับรอง กรมสวัสดิฯ หรือ กรมโรงงานฯ แล้วแต่กรณี)

สิ่งสำคัญ: เอกสารนี้ต้องลงนามโดย วิศวกรไฟฟ้าที่มีใบ กว. ที่ยังไม่หมดอายุ เท่านั้น จึงจะสามารถนำไปยื่นต่อหน่วยงานราชการหรือใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้

ฝ่าฝืนไม่ตรวจไฟฟ้าประจำปี มีโทษอย่างไร?

หากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจและพบว่าโรงงานไม่มีหลักฐานการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

  • โทษจำคุก: ไม่เกิน 1 ปี
  • โทษปรับ: ไม่เกิน 400,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากโทษทางกฎหมายแล้ว หากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นจริง บริษัทประกันภัยอาจใช้เหตุผลเรื่องการละเลยการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน มาเป็นข้ออ้างในการ “ปฏิเสธความคุ้มครอง” ได้อีกด้วย

สรุป: การตรวจไฟฟ้าโรงงาน คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัย

การตรวจสอบระบบ ไฟฟ้าโรงงาน ประจำปี มีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายหากเกิดไฟไหม้โรงงาน การปฏิบัติตามกฎหมายจึงไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับธุรกิจของคุณ พนักงานของคุณ และทรัพย์สินของคุณให้ปลอดภัยตลอดปี

Share the Post:

Related Posts

Thai-inter Electric industries
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.