Search
ไฟฟ้าโรงงาน

คู่มือวางระบบไฟฟ้าโรงงาน: ออกแบบอย่างไรให้ปลอดภัยและประหยัดค่าไฟสูงสุด

สำหรับผู้ประกอบการแล้ว “ไฟฟ้าโรงงาน” ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายไฟให้เครื่องจักรทำงานได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนระบบให้มีความเสถียร (Stability) ปลอดภัย (Safety) และที่สำคัญคือต้องช่วยประหยัดต้นทุนพลังงาน (Energy Efficiency) ได้ในระยะยาว

บทความนี้จะสรุปแนวทางการวางระบบไฟฟ้าโรงงานที่ได้มาตรฐาน และเทคนิคการลดค่าไฟที่โรงงานยุคใหม่ต้องรู้

3 หัวใจสำคัญของระบบไฟฟ้าโรงงานที่มีคุณภาพ

การจะติดตั้งหรือปรับปรุงระบบไฟในโรงงานให้คุ้มค่าการลงทุน ต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลักดังนี้:

1. ความเพียงพอและการรองรับอนาคต (Capacity & Scalability)

การออกแบบ ไฟฟ้าโรงงาน ที่ดี ต้องไม่คำนวณจากจำนวนเครื่องจักรที่มีในปัจจุบันเท่านั้น แต่ต้องเผื่อค่า Demand Factor สำหรับการขยายไลน์ผลิตในอนาคตด้วย การเลือกขนาดหม้อแปลง (Transformer) และเมนเบรกเกอร์ (Main Breaker) ที่เหมาะสม จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเงินรื้อระบบใหม่เมื่อมีการนำเครื่องจักรเพิ่มเข้ามา

2. ความเสถียรของระบบ (Power Quality)

ปัญหาไฟตก ไฟกระชาก หรือฮาร์มอนิก (Harmonics) คือศัตรูตัวฉกาจของโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานที่มีระบบคอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ การติดตั้งอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพไฟฟ้า เช่น Capacitor Bank ในตู้ MDB จึงมีความสำคัญมาก เพื่อให้ค่า Power Factor อยู่ในเกณฑ์ที่การไฟฟ้ากำหนด และป้องกันไม่ให้เครื่องจักรน็อกกลางอากาศ

3. มาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standard)

การติดตั้งต้องยึดตามมาตรฐาน วสท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย) อย่างเคร่งครัด ทั้งขนาดสายไฟ ชนิดของท่อร้อยสาย และระบบสายดิน เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบประจำปีและได้รับใบรับรองความปลอดภัย (คป.1) ตามกฎหมายกรมโรงงานฯ

เช็กลิสต์การติดตั้งไฟฟ้าโรงงาน ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

หากคุณกำลังจ้างผู้รับเหมาเข้าดำเนินการ นี่คือสิ่งที่ต้องตรวจสอบ:

  • การเดินสายไฟ: ในโรงงานควรใช้รางเดินสายไฟ (Wireway) หรือท่อเหล็ก (Conduit) ที่แข็งแรง เพื่อป้องกันหนูแทะและการกระแทก
  • การแยกวงจร: ควรแยกวงจรไฟแสงสว่าง ออกจากวงจรเครื่องจักร เพื่อเวลาเครื่องจักรมีปัญหาและเบรกเกอร์ตัด แสงสว่างจะไม่ดับตามไปด้วย ช่วยลดอุบัติเหตุขณะซ่อมแซม
  • ป้ายเตือนและผังวงจร: หน้าตู้คอนโทรลทุกตู้ ต้องมีผังวงจร (Single Line Diagram) และป้ายระบุชัดเจนว่าเบรกเกอร์ตัวไหนคุมเครื่องจักรตัวใด

เทคนิคบริหารจัดการไฟฟ้าโรงงาน เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ

ค่าไฟฟ้ามักเป็นต้นทุนแฝงก้อนโตในโรงงานอุตสาหกรรม นี่คือวิธีจัดการระบบ ไฟฟ้าโรงงาน ให้ประหยัดขึ้น:

  1. ติดตั้งระบบ Capacitor Bank: ช่วยปรับค่า Power Factor ให้สูงขึ้น หากค่านี้ต่ำกว่ามาตรฐาน โรงงานจะถูกปรับค่าไฟส่วนเกิน (kvar charge) จากการไฟฟ้าฯ
  2. เปลี่ยนมาใช้ LED High Bay: โคมไฟโรงงานแบบเก่ากินไฟมาก การเปลี่ยนเป็น LED สามารถลดค่าไฟแสงสว่างได้ถึง 50-70% และมีความร้อนต่ำ ช่วยลดภาระระบบระบายอากาศ
  3. ใช้ระบบ Inverter (VSD) กับมอเตอร์: สำหรับปั๊มน้ำหรือพัดลมโรงงาน การติดตั้ง VSD จะช่วยควบคุมรอบมอเตอร์ให้ทำงานตามความจริง ไม่ต้องหมุนเต็มกำลังตลอดเวลา ช่วยประหยัดไฟได้มหาศาล
  4. บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM): จุดต่อสายไฟที่หลวมจะเกิดความร้อน (I²R Loss) ซึ่งคือการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ การทำ PM ปีละครั้งช่วยแก้ปัญหานี้ได้

สรุป

การให้ความสำคัญกับ ระบบไฟฟ้าโรงงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษา ไม่เพียงแต่ช่วยให้โรงงานของคุณปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนการผลิตผ่านการประหยัดพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกำไรที่มากขึ้นให้กับธุรกิจของคุณ

Share the Post:

Related Posts

Thai-inter Electric industries
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.